ทำ 5 ส เพื่อ เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์การ

วั ฒนธรรมองค์การ หมายถึง “ วิถีแห่งการดำเนินชีวิตการงานของคนซึ่งอยู่รวมกันในองค์การหนึ่งองค์การใดโดยเฉพาะ” (The way we do things around here) วัฒนธรรมองค์การไม่ควรพิจารณาเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว แต่จะต้องพิจารณาให้ครบองค์ประกอบทุกด้าน ได้แก่

 

 

ารทำกิจกรรม 5 ส จะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การ ดังต่อไปนี้

 

1. แบบแผนพฤติกรรม( Behavioral Pattern) หมายถึง “ พฤติกรรมของคนจำนวนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ในองค์การที่ประพฤติปฏิบัติในลักษณะเดียวกันอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะหนึ่ง”

เมื่อมีการทำกิจกรรม 5 ส จะเป็นผลให้บุคลากรเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานร่วมกันคิดแก้ปัญหาแบบ Cross Functional Team ช่วยกันปรับปรุงและพัฒนาให้ได้ผลงานทั้งคุณภาพและปริมาณ ร่วมกันประหยัดพลังงานและต้นทุนค่าใช้จ่ายในทุกรูปแบบ จัดให้มีอุปกรณ์เครื่องมือในการทำงานและสถานที่ที่จำเป็นต้องมี

 

2. บรรทัดฐาน( Norms) หมายถึง “ มาตรฐานของพฤติกรรมที่คนจำนวนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่คาดหวังหรือสนับสนุนให้สมาชิกของกลุ่มปฏิบัติตาม”

เมื่อมีการทำกิจกรรม 5ส จะเป็นผลให้บุคลากรร่วมปฏิบัติงานที่มีขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

3. ความเชื่อ ( Belief) หมายถึง “ ข้อสรุปของสมาชิกองค์การจำนวนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ต่อพฤติกรรม หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่าเป็นความจริง หรือไม่เป็นความจริง”

เมื่อมีการทำกิจกรรม 5ส จะเป็นผลให้บุคลากรยึดมั่นปฏิบัติตามนโยบายด้วยความเชื่อมั่นในผู้บริหารระดับสูง มีความเชื่อว่าการให้ความร่วมมือประสารงานกันด้วยการทำงานเป็นทีมจะนำมาซึ่งความสำเร็จในงานร่วมกัน

 

4. ค่านิยม (Value) หมายถึง “ ความคิดเห็นของสมาชิกองค์การจำนวนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ต่อพฤติกรรม หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่าควรหรือไม่ควร”

 

เมื่อมีการทำกิจกรรม 5ส จะเป็นผลให้บุคลากรมีความมุ่งมั่นในวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การเพื่อนำไปสู่วิสัยทัศน์ปฏิบัติตนด้วยคุณธรรมมีจริยธรรมประจำใจ และรักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพ เคารพเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของกันและกัน ไม่หลีกเลี่ยงหน้าที่การงาน ชื่นชมผู้ทำความดีและยกย่องผู้มีความสามารถ ถือหลักค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

 

5. อุดมการณ์ ( Ideology) หมายถึง “ ความเชื่อ ค่านิยม และบรรทัดฐานที่คนจำนวนหนึ่ง หรือคนส่วนใหญ่ในองค์การมีอยู่ร่วมกัน และเป็นพื้นฐานช่วยในการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ รองตัวแก่พวกเขา”

 

เมื่อมีการทำกิจกรรม 5ส จะเป็นผลให้บุคลากรถือประโยชน์ของส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตน อุทิศตนให้แก่งานของส่วนรวม ถือว่าคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมกันสร้าง รักองค์การ ทุ่มเทความคิดให้แก่งานในความรับผิดชอบ มุ่งมั่นในทุกวิถีทางเพื่อพัฒนาองค์การ

6. ความเข้าใจ (Understanding) หมายถึง “ การที่สมาชิกองค์การจำนวนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่มีความเข้าใจร่วมกันในความหมายของพฤติกรรม หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในองค์การ”

 

เมื่อมีการทำกิจกรรม 5ส จะเป็นผลให้บุคลากรมีความเข้าใจในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงานถูกต้องตรงกัน เข้าใจความหมายของตราสัญลักษณ์ และสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องยึดถือร่วมกัน ผนึกกำลังร่วมกันเพื่อผลสำเร็จของงาน พนักงานในแผนกเดียวกันต้องทำงานแทนกันได้ เมื่อเพื่อนร่วมงานไม่อยู่ต้องรับเรื่องแทน ไม่เกี่ยงงานกัน การปรับเงินเดือนประจำปีจะเป็นไปตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละคน เงินโบนัสจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการ

 

7. ข้อสมมติฐาน ( Assumption) หมายถึง “ สิ่งที่คนจำนวนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ในองค์การเรียนรู้จากการทำงานร่วมกันมาเป็นระยะเวลานาน จนพัฒนากลายเป็นสิ่งที่คนกลุ่มนั้นยอมรับร่วมกันแล้วว่าถูกต้อง และถูกนำไปใช้เป็นวิธีคิด วิธีปฏิบัติ จนกลายเป็นเรื่องปกติวิสัย และมักลืมเลือนออกไปจากความคิดของคนกลุ่มนั้น”

 

เมื่อมีการทำกิจกรรม 5ส จะเป็นผลให้ทุกคนทำงานเต็มขีดความสามารถ ทุกคนจะทำงานตาม

หน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกคนต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การแก้ปัญหาจะแก้ที่สาเหตุ หากมีความจำเป็นต้องทำงานให้แล้วเสร็จ พนักงานจะไม่ทิ้งงาน นวัตกรรมจะนำความเจริญมาสู่องค์การ ทุกคนจึงต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม

 

ากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่า กิจกรรม 5ส ที่ทำอย่างถูกต้องและมีความต่อเนื่อง จะช่วยให้องค์การมีพื้นฐานที่มั่งคงในระบบคุณภาพต่าง ๆ มาต่อยอด และเป็นสิ่งที่ทำให้ระบบบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์การ (TQM) บังเกิดผลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่สิ่งดี ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมือทุกคนในองค์การร่วมมือกัน ซึ่งสมาชิก สต. สป. เรา คุณภาพไม่เป็นที่สองรองใครย่อมทำได้อยู่แล้ว

 

อฝากความหวังไว้กับสมาชิกทุกท่านด้วยนะคะ

 

 

ที่มา : บทความในหนังสือการจัดงานการประกวด Thailand 5S Award ปี 2548 โดย คุณสมิต สัชฌุกร ที่ปรึกษา สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น (ส.ส.ท.)

 

วิมล ลุมพิกานนท์ เจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ 6ว